หน่วยที่ ๓ หน่อไม้ฝรั่ง >>ตอนที่ ๔ การปลูกหน่อไม้ฝรั่ง

 

๔.๒ การเพาะกล้าหน่อไม้ฝรั่ง
เมล็ดพันธุ์
   ๑. เมล็ดพันธุ์ เมล็ดพันธุ์ที่ดีควรจะมีอัตรา ความงอกสูง (โดยดูจากฉลากที่ติดมากับกระป๋อง) มี ความบริสุทธิ์ตรงตามพันธุ์ที่กำหนดไว้ เมล็ดพันธุ์ที่บรรจุกระป๋องจำหน่ายในปัจจุบัน หนัก ๑ ปอนด์ (๔๕๓.๖ กรัม) จะมีเมล็ด ประมาณ ๑๓,๐๐๐-๒๓,๐๐๐ เมล็ด แล้วแต่ พันธุ์ ซึ่งสามารถเพาะเมล็ดแล้วให้ต้นกล้า สำหรับย้ายปลูกได้ ๒-๔ ไร่ โดยจะใช้พื้นที่ เพาะกล้าประมาณ ๕๐๐-๖๐๐ ตารางเมตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอัตราความงอกของเมล็ด ตลอดจนเทคนิคและวิธีการเพาะกล้าของ ผู้ปลูก
การเตรียมเพาะกล้า

 ๒. การเตรียมเพาะกล้า มี ๒ วิธีคือ

                        ๑. แปลงเพาะกล้าควรเลือกสถานที่ที่ เหมาะสม ลักษณะแปลงเพาะกล้าที่ดีควรมี ลักษณะดังนี้

                                    ๑.๑ ควรเป็นที่โล่งแจ้ง ไม่มีร่มเงาของต้นไม้ อาคารหรือสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ

                                    ๑.๒ เป็นที่ที่มีการระบายน้ำดี น้ำ ไม่ท่วมขังเมื่อให้น้ำหรือมีฝนตก

                                    ๑.๓ มีสภาพความเป็นกรดหรือด่าง เหมาะสม ควรเป็นกลางหรือกรดเล็กน้อย (พีเอช ๖.๐-๖.๘)

                                    ๑.๔ ไม่เป็นที่สะสมของโรค เช่น โรคแอนแทรคโนส โรคลำต้นไหม้ โรครากเน่า โคนเน่า

                                    ๑.๕ ไม่เป็นที่สะสมของแมลง เช่นหนอนกระทู้หอม หนอนกระทู้ผัก เพลี้ยไฟ

                                    ๑.๖ ควรอยู่ใกล้แหล่งน้ำ

                                    ๑.๗ ดินเป็นดินร่วนปนทรายหรือปรับปรุงให้ร่วนซุย โดยการใส่ปุ๋ยคอกหรือ ปุ๋ยหมักที่หมักสมบูรณ์แล้ว

                                    ๑.๘ ควรเป็นที่ที่ปราศจากวัชพืช เช่นแห้วหมู หญ้าแพรก หญ้าปล้อง ฯลฯ หรือได้กำจัดวัชพืชจนหมดแล้ว เมื่อเลือกที่ได้แล้วทำการขุดหรือไถดินให้ลึก เก็บวัชพืชออกให้ หมดและตากดินไว้ประมาณ ๑๐-๑๕ วัน จากนั้นจึงย่อยดินให้ละเอียดและใส่วัสดุ ปรับปรุงดิน

                        ๒. เพาะในถุงพลาสติก ขนาด ๔x๖ นิ้วถ้าซื้อต้นกล้ามาปลูกทำได้ง่าย รากไม่ขาด ระยะเวลาการเพาะกล้า ๒ เดือน สามารถนำไปปลูกได้ละเอียดและใส่วัสดุ ปรับปรุงดิน

วัสดุปรับปรุงดิน

  ๓. วัสดุปรับปรุงดิน

            มีหลายชนิดขึ้นอยู่กับสภาพของดิน ที่ใช้ในการเพาะกล้า ปกติมักจะเลือกใช้ดังนี้

                        ๓.๑ ปุ๋ยหมัก ควรเป็นปุ๋ยหมักเก่า (เมื่อเอามือซุกเข้าไปในกองปุ๋ยจะไม่รู้สึกร้อน)

                        ๓.๒ ปุ๋ยวิทยาศาสตร์สูตร ๑๕-๑๕-๑๕ หรือ ๒๑-๐-๐

                        ๓.๓ ปูนขาว

                        ๓.๔ สารเคมีป้องกันกำจัดโรครา ได้แก่

                                    - แคปแทน เช่น ออร์โธ

                        ๓.๕ สารเคมีป้องกันกำจัดแมลง ได้แก่

                                    - คาร์โบฟูเรน เช่น ฟูราดาน (ใช้พร้อมกับการหยอดเมล็ดเท่านั้น)

                                    - โมโนโครโตฟอส เช่น อโซดรินบูวาครอน คาร์วิน ๕๖ ฯลฯ

                                    - คาร์บาริล เช่น เซฟวิน เอส ๘๕ เอสวิน ๘๕ เซฟวิน เอฟ ๓ เซฟวิน ๘๕ ฯลฯ

                                    - ไพรีทอยด์ เช่น แอมบุช พีราทอย ฯลฯ

                                    - แมนโคเซ็บ เช่น ไดเทนเอ็ม๔๕ เซลล์เทนเอ็ม๔๕ ฯลฯ 

                        ๓.๖ แกลบดิบ ฟาง

                        ๓.๗ บัวรดน้ำ

                        ๓.๘ อุปกรณ์การเตรียมแปลง จอบ คราด ไม้ปาดแปลง ไม้ชักร่อง

วัสดุปรับปรุงดิน

            ที่ใช้ต่อพื้นที่เพาะกล้า ๑ ตารางเมตร คือ ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก ๒ ก.ก. ปุ๋ย วิทยาศาสตร์สูตร ๑๕-๑๕-๑๕ ๓๐ กรัม (๑๐ ช้อนชา) ปูนขาว ๑๐ กรัม (๓-๔ ช้อนชา) คลุกเคล้าวัสดุปรับปรุงดิน ยกแปลง ให้สูงประมาณ ๓๐ เซนติเมตร ขนาดกว้าง ๑.๕ เมตร (รวมร่องน้ำ) เกลี่ยดินบนแปลง ให้เรียบ

            ทำร่องในแนวขวางแปลง โดยใช้ไม้ ชักร่องกดลง (ไม้ชักร่องหนาประมาณ ๓.๕ เซนติเมตร) ลึกประมาณ ๑ เซนติเมตร ให้ แต่ละร่องห่างกัน ๑๕-๒๐ เซนติเมตร

การหยอดเมล็ด

 ๔. การหยอดเมล็ด

            นำเมล็ดมาหยอดลงในช่องที่เตรียม ไว้ หยอดเมล็ดเป็นจุด ๆ ละ ๑ เมล็ดห่างกัน จุดละ ๑๐-๑๕ เซนติเมตร โรยทับด้วย ฟูราดานบาง ๆ ในร่อง จากนั้นกลบเมล็ดโดย

            ใช้นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้เขี่ยดินขอบร่องลงกลบในร่องบาง ๆ แล้วใช้ฟางคลุมทับบนแปลง หนาพอประมาณ ละลายยาป้องกันเชื้อรา เช่น แคปแทนหรือแมนโคเช็บ อัตรา ๒ ช้อนแกง ต่อน้ำ ๑๐ ลิตร ใส่บัวรดน้ำราดให้ทั่วแปลง จากนั้นรดน้ำตามให้ชุ่ม (แบบใส่ปุ๋ยเคมี) แต่แบบชีวภาพไม่ต้องละลายยาป้องกันเชื้อรา

การให้น้ำ

๕. การให้น้ำ

            ระยะแรก ๆ จะต้องรดน้ำให้บ่อยครั้งอย่าปล่อยทิ้งให้แปลงแห้ง หลังจากหยอด เมล็ดได้ประมาณ ๑๐-๑๕ วัน ต้นกล้าจะเริ่ม งอก เปิดฟางออกบ้างให้เหลือฟางเพียง บาง ๆ เพื่อให้ต้นกล้างอกได้สะดวก หน่อไม้ ฝรั่งต้องการน้ำอย่างสม่ำเสมอในการเจริญ เติบโต วิธีการให้น้ำที่เหมาะสมสำหรับ ในแปลงเพาะกล้า คือควรให้น้ำแบบพ่นฝอย หรือสปริงเกอร์ แต่วิธีนี้จะใช้เงินลงทุนสูงมาก เกษตรกรจึงนิยมให้น้ำแบบอื่น ๆ เช่น ปล่อยตามร่อง หรือใช้แบบปั้มมีสายยางรด ซึ่งลงทุนต่ำกว่า อย่างไรก็ตามหลักการให้น้ำหน่อไม้ฝรั่ง คือต้องให้ต้นกล้าได้รับ น้ำอย่างสม่ำเสมอ ไม่แฉะหรือแห้งจนเกินไป และอย่าให้น้ำฉีดถูกต้นอย่างรุนแรง เพราะ จะทำให้ต้นกล้าบอบช้ำทำให้โรคเข้าทำลาย ได้ง่าย การเพาะกล้าใช้บัวรดน้ำเช้า เย็น หรือถ้าแปลงปลูกใหญ่ใช้สปริงเกอร์

การให้ปุ๋ย

     ๖. การให้ปุ๋ย

            การให้ปุ๋ยในระยะแรก ๆ จะให้ในรูปของปุ๋ยละลายน้ำ โดยใช้ปุ๋ยสูตร ๒๑-๐-๐ อัตรา ๑๐ กรัม (๓-๔ ช้อนชา) ต่อน้ำ ๒๐ ลิตร ให้สลับกับปุ๋ยสูตร ๑๕-๑๕-๑๕ ในอัตราที่เท่ากัน ละลายปุ๋ยใส่บัวรดน้ำราด บนแปลง แล้วรดน้ำตามให้ชุ่มประมาณ ๑๐-๑๕ วัน ต่อครั้ง ให้ประมาณ ๓-๔ ครั้งจากนั้น เริ่มให้ปุ๋ยเม็ด สำหรับปุ๋ยเม็ดให้ใช้สูตร ๑๕-๑๕-๑๕ อัตรา ๑๕-๒๐ กรัม (๕-๗ ช้อนชา) ต่อพื้นที่ปลูกประมาณ ๑ ตารางเมตร ใส่ปุ๋ยเม็ดเดือนละครั้ง ประมาณ ๒-๓ ครั้ง ใส่พร้อมกับปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก ๒๐๐-๓๐๐ กรัม ถ้าไม่มีแรงงานพอในการให้ปุ๋ยแบบ ละลายน้ำรด ในเดือนแรกให้ใช้ปุ๋ยสูตร ๒๑-๐-๐ อัตรา ๑๐-๑๕ กรัมต่อพื้นที่ปลูก ๑ ตารางเมตร ในเดือนที่ ๒ ให้ใช้ปุ๋ยสูตร ๑๕-๑๕-๑๕ อัตรา ๑๕-๒๐ กรัมต่อ ๑ ตารางเมตร ถ้าต้นแสดงอาการขาดไนโตรเจน คือมีอาการปลายยอดเหลือง จะต้องเพิ่มการ ให้ปุ๋ยสูตร ๒๑-๐-๐ ในอัตราเท่ากับ เดือนแรก หลังจากนั้นให้ใช้ปุ๋ยสูตร ๑๕-๑๕-๑๕ อัตราเท่ากันทุกเดือน โดยใส่ระหว่าง ร่องกล้า

            ข้อควรระวังในการให้ปุ๋ย หลังจากใส่ปุ๋ยทุกครั้งควรให้น้ำตามอย่างพอเหมาะ เพื่อที่จะได้ไปละลายปุ๋ยให้เป็นประโยชน์ต่อ หน่อไม้ฝรั่ง การให้ปุ๋ยที่ถูกต้องควรใส่แบบ ฝังปุ๋ยลงในดินใกล้บริเวณรากหน่อไม้ฝรั่ง ไม่ควรใส่ปุ๋ยให้ติดรากหน่อไม้ฝรั่ง เพราะ อาจจะทำให้ต้นเหี่ยวได้

การกำจัดวัชพืช

๗. การกำจัดวัชพืช

            หลังจากกล้าหน่อไม้ฝรั่งงอกแล้ว ควรมีการกำจัดวัชพืชอย่างสม่ำเสมอ การ กำจัดวัชพืชในช่วงเดือนแรกของการเพาะกล้า ควรทำอย่างระมัดระวัง เพราะกล้าหน่อไม้ฝรั่ง ยังอ่อนแออยู่ หากกระทบกระเทือนอาจทำให้ ต้นกล้าตายได้ การใช้มือถอนจะดีที่สุด การกำจัดวัชพืชบนแปลงกล้าไม่ควรใช้สารเคมี กำจัดวัชพืช

การตัดแต่งต้นกล้าหน่อไม้ฝรั่ง

 ๘. การตัดแต่งต้นกล้าหน่อไม้ฝรั่ง

            การตัดแต่งต้นกล้าจะทำให้ดินโปร่ง ขึ้น ไม่เป็นที่สะสมของโรคและแมลง นอกจากนี้การตัดแต่งต้นจะทำให้มีการสะสมอาหาร ที่เหง้าและตามากขึ้น ทำให้เหง้าและตา มีขนาดใหญ่ขึ้น ดังนั้นการตัดแต่งต้นกล้า หน่อไม้ฝรั่งจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง และมัก จะทำเมื่อต้นกล้าอายุประมาณ ๒ ๑/๒ - ๓ เดือนขึ้นไป

การพูนโคนต้นกล้า

 ๙. การพูนโคนต้นกล้า

            ถ้าต้นกล้าหน่อไม้ฝรั่งมีเหง้าลอยพ้น ดินมักมีสาเหตุมาจากการที่หยอดเมล็ดตื้น หรือให้น้ำแบบสายยางฉีดรด หรือให้น้ำ ตามร่องจนชะดินลงมา ดังนั้นควรมีการ ตรวจแปลงกล้าอย่างสม่ำเสมอ ถ้าพบว่า ต้นกล้าที่แตกขึ้นมาใหม่มีขนาดเล็กและ เป็นฝอย รากและเหง้าเล็กลง ทำให้ได้ต้นกล้า ที่ไม่สมบูรณ์ จึงควรทำการพรวนดินกลบ เหง้า(พูนโคนต้น) ต้นกล้าด้วย

การป้องกันกำจัดโรคและแมลงใน

 ๑๐. การป้องกันกำจัดโรคและแมลงใน

            ระยะต้นกล้า

            ในระยะนี้อาจมีโรค แมลงและหนอน ต่าง ๆ เข้ามาทำลายบ้าง การป้องกันกำจัด ก่อนที่ปัญหาจะเกิดขึ้นนับว่าเป็นสิ่งที่ควร ทำอย่างยิ่ง ซึ่งทำได้โดยการฉีดพ่นน้ำหมัก ชีวภาพป้องกันกำจัดโรคและแมลง ประมาณ สัปดาห์ละ ๑ ครั้ง ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับการ ระบาดของโรคและแมลงด้วย